การใช้งานโปรแกรม CCleaner
การใช้งานคอมพิวเตอร์ในงานต่างๆ นั้น วินโดวส์จะทำการสร้างไฟล์ต่างๆ ซึ่งเรียกว่า Temporary File หลังจากทำการปิดโปรแกรมไฟล์เหล่านั้นก็จะถูกลบไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามในบางครั้งนั้นไฟล์เหล่านี้บางตัวยังคงค้างอยู่บนฮาร์ดดิสก์ ซึ่งนอกจากจะเปลืองพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์แล้ว ยังทำให้การทำงานช้าลงอีกด้วย ซึ่งเราสามารถที่จะทำการลบไฟล์ต่างๆ เหล่านี้เองก็ได้เหมือนกัน แต่คงจะดีกว่านี้หากมีโปรแกรมช่วยในการทำงานดังกล่าวแทน และยิ่งจะดีขึ้นไปอีกถ้าโปรแกรมที่ว่านั้นให้ใช้งานกันฟรีๆ คำตอบของคำถามนี้ คือ CCleanerครับ ซึ่งเป็นมีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาครบถ้วนครับ ก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงให้มาก มาเริ่มกันเลยครับ
ทำความรู้จัก CCleaner
CCleaner นั้นเป็นโปรแกรมทำความสะอาดไฟล์ขยะและไฟล์ชั่วคราวต่างๆ ของวินโดวส์ ซึ่งพัฒนาโดยทีมพัฒนาของ Periform Limitedในประเทศอังกฤษ โดยเป็นซอฟต์แวร์ที่เปิดให้ใช้งานกันฟรีๆ ซึ่งมีการดาวน์โหลดไปใช้งานกันเป็นจำนวนถึงกว่า 110 ล้านครั้งนับถึงเดือนมกราคม 2551 (จาก 65 เมื่อเดือนมิถุนายน 2550 ) สำหรับเวอร์ชันในขณะนี้ (17 มิถุยายน 2550)เป็นเวอร์ชัน 1.10.520 สำหรับการดาวน์โหลดนั้นสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ http://www.ccleaner.com/download/เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ขั้นตอนการติดตั้งนั้นก็ง่ายๆ ตรงไปตรงมาโดยให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ ccsetupxxx.exe แล้วทำตามคำสั่งบนจอภาพจนแล้วเสร็จ
เริ่มต้นใช้งาน CCleaner
เมื่อทำการติดตั้งแล้วเสร็จก็เริ่มต้นใช้งานกันเลย
1. ทำการเปิดโปรแกรมโดยการดับเบิลคลิกที่ชอร์ตคัท ccleaner บนเดสท็อป ซึ่งจะได้หน้าต่างเริ่มต้นโปรแกรมCCleaner ดังรูปที่ 7 ซึ่งเป็นหน้าการตั้งค่าการลบไฟล์ต่างๆ ของวินโดวส์ ซึ่งมี 4 หัวข้อ คือ Internet Explotrer, Windows Explorer, System และ Advanced โดยในหน้านีให้เราเลือกค่าที่ต้องการลบตามความต้องการ
2. ให้คลิกที่แท็ป Applications จะได้หน้าต่างดังรูปที่ 8 ซึ่งเป็นหน้าการตั้งค่าการลบไฟล์ต่างๆ ของโปรแกรมประยุกต์ ในส่วนนี้อาจจะแตกต่างกันไปในคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องนั้นๆ ให้เราเลือกค่าที่ต้องการลบตามความต้องการ
3. ให้คลิกที่ Issues จะได้หน้าต่างดังรูปที่ 9 ซึ่งเป็นหน้าการตั้งค่าการหัวข้อต่างๆ ที่ต้องการสแกน โดยจะมีอยู่2 หัวข้อ คือ Registry Integrity และ File Integrity ให้เราเลือกหัวข้อตามความต้องการ (แนะนำให้ใช้ค่าที่โปรแกรมกำหนดให้)
4. ให้คลิกที่ Tools ซึ่งจะมี 2 หัวข้อย่อย คือ Uninstall และ Startup ดังรูปที่ 10 และ 11 ตามลำดับ
4.1 หน้าต่าง Uninstall ดังรูปที่ 10 จะแสดงโปรแกรมต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่ภายในเครื่อง และเราสามารถทำการ ยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม หรือ เปลี่ยนชื่อโปรแกรมที่ติดตั้งอยู่ หรือ ลบรายชื่อโปรแกรมที่ติดตั้งอยู่ออก ได้โดยการคลิกเลือกโปรแกรมที่ต้องการแล้วคลิกที่คำสั่งในด้านขวาของหน้าต่าง
4.2 หน้าต่าง Startup ดังรูปที่ 11 จะแสดงโปรแกรมต่างๆ ที่เริ่มทำงานในพร้อมกับการสตารท์ระบบวินโดวส์ เราสามารถทำการ ลบโปรแกรมที่ไม่ต้องการให้ทำกงานเมื่อสตารท์ระบบวินโดวส์ โดยการคลิกเลือกหัวข้อที่ต้องการแล้วคลิกคำสั่ง Delete Entry ในด้านล่างของหน้าต่าง
5. เมื่อคลิกที่ Options จะได้หน้าต่างแสดงรายละเอียดของโปรแกรมดังรูป
6. ในหน้าต่าง Options ให้คลิกที่ Advanced เพื่อทำการตั้งค่าในขั้นสูง จะได้หน้าต่างดังรูปที่ 13 จากนั้นทำการตั้งค่าตามความต้องการโดยการคลิกเลือกเชคบ็อกซ์หน้าหัวข้อที่ต้องการให้มีเครื่องหมายถูกหากต้องการเลือกข้อนั้นให้ทำงาน
7. ในหน้าต่าง Options ให้คลิกที่ Custome เพื่อทำการตั้งค่าไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการลบ จะได้หน้าต่างดังรูปที่ 14 จากนั้นทำการเลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์โดยการคลิกที่ Add File หรือ Add Folder ตามความเหมาะสม ในกรณีที่เลือกเป็นโฟลเดอร์นั้นโปรแกรมจะให้ยืนยันการลบ ให้คลิก Yes เพื่อยืนยัน
8. ในหน้าต่าง Options ให้คลิกที่ Cookies เพื่อทำการตั้งค่าเกี่ยวกับคุกกี้ จากนั้นทำการเลือกว่าจะไม่ลบคุกกี้ตัวไดบ้าง โดยการคลิกเลือกตัวที่ต้องการแล้วคลิกที่ลูกศรที่ชี้ไปทางด้านขวามือ
9. ในหน้าต่าง Options ให้คลิกที่ Settings เพื่อทำการตั้งค่าการทำงานของ CCleaner จะได้หน้าต่างดังรูปที่16 จากนั้นทำการให้เลือกค่าตามความต้องการ โดยการคลิกเลือกเชคบ็อกซ์หน้าหัวข้อที่ต้องการให้มีเครื่องหมายถูกหากต้องการเลือกข้อนั้นให้ทำงาน
10. เมื่อตั้งค่าต่างๆ เสร็จแล้ว ให้กลับไปยังหน้าเริ่มต้นโดยการคลิกที่ Cleaner จากนั้นคลิกปุ่ม Analyze เพื่อให้โปรแกรมทำการวิเคราะห์ระบบ รอจนกว่าการทำงานแล้วเสร็จ
11. ในหน้าต่าง Cleaner เมื่อการ Analyze แล้วเสร็จ ให้คลิดที่ปุ่ม Run Cleaner เพื่อทำการลบไฟล์ต่างๆ โดยโปรแกรมจะแจ้งเตือนว่าจะทำการลบข้อมูลอย่างถาวร ให้ยืนยันการลบโดยการคลิก Yes
12. เมื่อโปรแกรมทำงานแล้วเสร็จก็จะแสดงรายละเอียดต่างๆ เช่น ขนาดไฟล์โดยรวมที่ทำการลบ และรายการของไฟล์ที่ทำการลบ ดังรูปที่ 19 ปิดโปรแกรมเพื่อจบการทำงาน
การรันโปรแกรม CCleaner จาก Recycle Bin
นอกจากนี้แล้วยังสามารถรันโปรแกรม CCleaner โดยการคลิกขวาที่ Recycle Bin แล้วเลือก Run CCleaner
ซึ่งจะทำการคลีนเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่ไม่ต้องเปิดโปรแกรม
แหล่งอ้างอิง
CCleaner เว็บไซต์ http://www.ccleaner.com
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น