Fire FOx


โปรแกรม Firefox คืออะไร

  • Firefox คือโปรแกรมที่ใช้ในการท่องอินเทอร์เน็ต ท่องเว็บไซต์ต่างๆ เหมือนกับ
    Internet Explorer
  • เมื่อเหมือนกับ IE แล้วเราจะเปลี่ยนไปใช้ Firefox ทำไม
    มีเหตุผลสำคัญ 3 ประการที่ต้องเปลี่ยนมาใช้ Firefox

1 "รวดเร็ว" Firefox ทำให้สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ ได้รวดเร็วกว่า
ด้วยการทำงานของโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพ และยังสามารถปรับแต่งเพื่อ
เร่งการทำงานให้สปีดได้เร็วสุดๆ

2 "ปลอดภัย" Firefox มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เหนียวแน่น ซึ่งจะมี
การอัพเดตเป็นระยะๆ เพื่อจะช่วยอุดช่องโหว่ใหม่ๆได้อย่างทันท่วงที
ทำให้เราไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการโดนบุกรุกจากเหล่าสปายแวร์ โทรจัน ไวรัส
หรือเห็บเหาจากโลกไซเบอร์บ่อยๆ ทำให้้ ปัญหาต่างๆที่เคยประสบจะลดลง

3 "ฟรี 100%" Firefox เป็นโปรแกรมฟรี ประเภทโปรแกรมเปิด หรือ
OpenSource ทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือผู้ใช้ที่พบเห็นข้อบกพร่อง
ในการใช้งาน สามารถส่งข้อบกพร่องหรือทางแก้ไขไปให้Firefox ได้แก้ไข
ทำให้
Firefox มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และกระแสตอบรับดีเสมอมา

คุณสมบัติพิเศษสุดๆของ Firefox

"แท็บ" Tabbed Browsing ไม่ว่าเราจะเปิดกี่เว็บไซต์ก็ตาม เว็บไซต์เหล่านั้น ก็จะอยู่รวมกันเพียงแค่หน้าต่างเดียว และใช้แท็บสำหรับการเปิดเว็บไซต์ต่างๆแทน

"โปรแกรมตรวจสอบการสะกดคำ"Firefox มีคุณสมบัติในการตรวจสอบการสะกดของ
คำที่เราพิมพ์ ซึ่งคำใดที่มีการสะกดผิด มันก็จะแสดงเส้นสีแดงข้างใต้คำนั้นๆ พร้อมกับ
แสดงคำที่ถูกต้องให้กับเรา

"ช่องค้นหาอัจฉริยะ"Firefox ได้รวบรวมเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลอย่าง Google, Yahoo!,
Amazon, eBay...ฯลฯ ไว้ในช่องค้นหาอัจฉริยะแล้ว ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่เราต้องการค้นหา
ข้อมูลก็เพียงแค่กรอกคำค้นหาลงไป พร้อมระบุเว็บไซต์ที่เราจะใช้ค้นหาทาง เมนูซ้าย
มือ จากนั้นกด Enter ก็จะได้ผลลัพธ์การค้นหาจากเว็บที่เราเลือกไว้ (เรายังสามาีรถ
เพิ่มเว็บไซด์ค้นหาได้อีกที่นี่)

"คำนำ"เมื่อเราี่พิมพ์คำค้นในช่องค้นหา จะมีคำต่อเติมแนะนำเราตลอดเพื่อเป็นการทุน
เวลาเราในการพิมพ์คำ อย่างเช่น เราพิมพ์คำว่า "ห" ภายใต้ช่องก็จะมีคำต่างๆ
ที่ขึ้นต้นด้วย "ห" มาให้เราเลือกใช้ได้โดยสะดวก

"กู้คืนข้อมูล"Firefox มีคุณสมบัติในการกู้คืนข้อมูลเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่เคยเข้า หรือข้อมูลที่เราได้เขียนไว้ก่อนที่บราวเซอร์จะล่มกลางคัน ด้วยคุณสมบัติ Session Restore ที่จะมีตัวเลือกให้เลือก เมื่อเปิดบราวเซอร์

"News Feed"เทคโนโลยี News Feed (RSS/ATOM) เป็นเทคโนโลยี ใหม่ที่จะุคอยแจ้ง
ข่าวการอัพเดตในเว็บต่างๆที่เราเข้าเป็นประจำ ทำให้เรา สามารถรับหัวข้อข่าวส่งตรง
มายัง Firefox ได้ หรือนำเข้าผ่านไปยังเว็บไซต์ที่ให้อ่านบริการอ่าน Feed ออนไลน์ ได้แก่ My Yahoo!, Bloglines หรือ Google Reader

"กำจัดป๊อป-อัพ"Firefox มีคุณสมบัติในการช่วยบล็อคหน้าต่างหรือป๊อปอัพต่างๆ

"ลบข้อมูลลับได้ทันใจ"กรณีต้องการลบข้อมูลทางท่องเว็บต่างๆ เพื่อให้เป็นความลับ สามารถทำได้ภายใน 4-5 คลิก ไม่ว่าจะเป็นประวัติการเข้าเว็บต่างๆ ประวัติการค้นหา
ประวัติงานดาวน์โหลด

"เตือนการ เว็บPhishing" Phishing คือผู้ไม่หวังดีที่สร้างเว็บไซต์ปลอมมาเพื่อ
หลอกลวงให้เหยื่อ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลของหมายเลขบัตรเครดิต ฯลฯ Firefox จะมีข้อความเตือน ให้เราทราบเมื่อใดที่เราเข้าไปสู่เว็บไซต์หลอกลวงนั้นๆ

"ปรับแต่งได้อีกสารพัด กับ Add-ons กว่าพันแบบ" ด้วยคลังของ Mozilla Add-ons ที่มีตัวเสริมมากกว่าพันๆแบบให้เลือกติดตั้ง ทำให้ Firefox ของเราเหมาะกับตัวเรา
มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น

  • Extension ทำให้ Firefox มีลูกเล่นในการใช้งานที่หลากหลายขึ้น
  • Theme ทำให้Firefox สามารถที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้ากากได้แบบไม่จำกัด

INTERNET


อินเทอร์เน็ต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

รูปแสดงเครือข่ายใยแมงมุม (WWW) ที่เชื่อมโยงรอบ ๆ วิกิพีเดีย

อินเทอร์เน็ต (อังกฤษ: Internet) หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่มีการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายหลายๆ เครือข่ายทั่วโลก โดยใช้ภาษาที่ใช้สื่อสารกันระหว่างคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า โพรโทคอล (Protocol) ผู้ใช้เครือข่ายนี้สามารถสื่อสารถึงกันได้ในหลายๆ ทาง อาทิเช่น อีเมล เว็บบอร์ด และสามารถสืบค้นข้อมูลและข่าวสารต่างๆ รวมทั้งคัดลอกแฟ้มข้อมูลและโปรแกรมมาใช้ได้

เนื้อหา

[ซ่อน]

[แก้]ที่มา

อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) จากการเกิดเครือข่าย ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork) ซึ่งเป็นเครือข่ายสำนักงานโครงการวิจัยชั้นสูงของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการสร้างเครือข่ายคือ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อ และมีปฏิสัมพันธ์กันได้ เครือข่าย ARPANET ถือเป็นเครือข่ายเริ่มแรก ซึ่งต่อมาได้ถูกพัฒนาให้เป็นเครือข่าย อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน

[แก้]การประยุกต์ใช้งานอินเทอร์เน็ต

การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันทำได้หลากหลา อาทิเช่น ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเมล์ (e-Mail) , สนทนา (Chat), อ่านหรือแสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ด, การติดตามข่าวสาร, การสืบค้นข้อมูล / การค้นหาข้อมูล, การชม หรือซื้อสินค้าออนไลน์ , การดาวโหลด เกม เพลง ไฟล์ข้อมูล ฯลฯ, การติดตามข้อมูล ภาพยนตร์ รายการบันเทิงต่างๆ ออนไลน์, การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์, การเรียนรู้ออนไลน์ (e-Learning), การประชุมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต (Video Conference), โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP), การอับโหลดข้อมูล หรือ อื่นๆ

แนวโน้มล่าสุดของการใช้อินเทอร์เน็ตคือการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ (Social Network) ซึ่งพบว่าปัจจุบันเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น facebook, twitter, hi5 และการใช้เริ่มมีการแพร่ขยายเข้าไปสู่การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Internet) มากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันสนับสนุนให้การเข้าถึงเครือข่ายผ่านโทรศัพท์มือถือทำได้ง่ายขึ้นมาก

[แก้]จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก

สัดส่วนการผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแยกตามทวีป, ที่มา:http://www.internetworldstats.com/stats.htm

ปัจจุบัน จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกโดยประมาณ 1.733 พันล้านคน หรือ 25.6 % ของประชากรทั่วโลก (ข้อมูล ณ เดือน กันยายน 2552) โดยเมื่อเปรียบเทียบในทวีปต่างๆ พบว่าทวีปที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดคือ เอเชีย โดยคิดเป็น 42.6 % ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด และประเทศที่มีประชากรผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดคือประเทศจีน คิดเป็นจำนวน 360 ล้านคน

หากเปรียบเทียบจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกับจำนวนประชากรรวม พบว่าทวีปอเมริกาเหนือมีสัดส่วนผู้ใช้ต่อประชากรสูงที่สุดคือ 74.2 % รองลงมาได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย 60.4 % และ ทวีปยุโรป คิดเป็น 52.0 % ตามลำดับ

[แก้]อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยการเชื่อมต่อมินิคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ในครั้งนั้นยังเป็นการ เชื่อมต่อโดยผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้าและไม่เป็นการถาวร จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้ทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับมหาวิทยาลัย 6 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าด้วยกันเรียกว่า "เครือข่ายไทยสาร"

การให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ เดือน มีนาคม พ.ศ. 2538 โดยความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ง คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยให้บริการในนาม บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย (Internet Thailand) เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์รายแรกของประเทศไทย[1]

[แก้]จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ ปี 2534 (30คน) ปี 2535 (200 คน) ปี 2536 (8,000 คน) ปี 2537 (23,000 คน) ... ข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2551 จากจำนวนประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปประมาณ 59.97 ล้านคน พบว่า มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ 16.99 ล้านคน คิดเป็น ร้อยละ 28.2 และมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 10.96 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 18.2 [2]

[แก้]อินเทอร์เน็ตแบนด์วิท (INTERNET BANDWIDTH)

ปัจจุบัน (มกราคม 2553) ประเทศไทยมี Internet Bandwidth ในประเทศ 110 Gbps และ International Internet Bandwidth 110 Gbps [3]

[แก้]ดูเพิ่ม

[แก้]หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง

[แก้]อ้างอิง

  1. ^ http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9500000067518
  2. ^ สำนักงานสถิติแห่งชาติ/ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
  3. ^ [1] ข้อมูลสถิติที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

[แก้]แหล่งข้อมูลอื่น

DVD

ดีวีดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

DVD.svg

ดีวีดี (DVD; Digital Versatile Disc) เป็นแผ่นข้อมูลแบบบันทึกด้วยแสง (optical disc) ที่ใช้บันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ โดยให้คุณภาพของภาพและเสียงที่ดี ดีวีดีถูกพัฒนามาใช้แทนซีดีรอม โดยใช้แผ่นที่มีขนาดเดียวกัน (เส้นผ่าศูนย์กลาง 12 เซนติเมตร) แต่ว่าใช้การบันทึกข้อมูลที่แตกต่างกัน และความละเอียดในการบันทึกที่หนาแน่นกว่า

เดิมทีดีวีดีมาจากชื่อย่อว่า digital video disc แต่ในภายหลังผู้ผลิตบางรายเห็นว่าควรเปลี่ยนชื่อเป็น digital versatile disc ปัจจุบันตามคำนิยามอย่างเป็นทางการแล้ว DVD ไม่ได้ย่อมาจากชื่อเต็มแต่อย่างใด

ความเร็วในการเขียนแผ่นดีวีดี 1x มีค่าเท่ากับ 10.5 Mb/s หรือราวๆ 3.2 MB/s

เครื่องเขียนแผ่นดีวีดี (DVD Writer) คือ เครื่องสำหรับการบันทึกข้อมูลลงบนแผ่นดีวีดี

[แก้]คุณสมบัติของดีวีดี

  • ​สามารถบันทึกข้อมูลวิดีโอที่ความละเอียดสูงได้ถึง 120 นาที
  • การบีบอัดของวิดีโอในรูปแบบ MPEG-2 นั้นมีอัตราส่วนอยู่ที่ 4 : 0 : 1
  • สามารถมีเสียงในฟิล์มได้มากถึง 8 ภาษา โดยในแต่ละภาษาอาจจะเป็นระบบเสียงสเตอริโอ 2.0 ช่อง (รูปแบบ PCM) หรือ ระบบเสียงรอบทิศทาง (เช่น 4.0, 5.1, 6.1 ช่อง) ในรูปแบบ Dolby Digital (AC-3) หรือ Digital Theater System (DTS)
  • มีคำบรรยาย (Subtitle) ได้มากสูงสุดถึง 32 ภาษา
  • ภาพยนตร์ดีวีดีบางแผ่นนั้น สามารถเปลี่ยนมุมกล้องได้ด้วย (Multiangle)
  • ทำภาพนิ่งได้สมบูรณ์เหมือนภาพสไลด์
  • ควบคุมระดับสิทธิการเล่น (Parental Lock)
  • มีรหัสพื้นที่ใช้งานเฉพาะพื้นที่กำหนด (Regional Codes)

[แก้]ประเภทของแผ่นดีวีดี

ชนิดของแผ่นดีวีดีที่ใช้บันทึกนั้นมีอยู่ 6 ชนิด คือ

  • DVD-R
  • DVD+R
  • DVD-RW
  • DVD+RW
  • DVD-R DL
  • DVD+R DL และ
  • DVD-RAM

ข้อดีของ DVD-RW และ DVD+RW คือ สามารถนำกลับมาบันทึกใหม่ ได้กว่า 100,000 ครั้ง แต่ดีวีดีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันนี้คือ DVD-R

ในการบันทึก DVD แต่ละชนิดนั้นไม่สามารถใช้งานข้ามชนิดได้ คือ ไม่สามารถใช้งานข้ามไดร์ฟได้ เช่น DVD-RW ไม่สามารถใช้งานในเครื่องบันทึก DVD+RW ได้ ต้องเขียนกับเครื่องบันทึก DVD-RW เท่านั้น ส่วนการอ่านข้อมูลใน DVD นั้น สามารถอ่านกับเครื่องไหนก็ได้ เช่น DVD+RW สามารถอ่านกับเครื่องเล่น DVD-RW ได้ ส่วน DVD-RAM เดี๋ยวนี้ไม่นิยมใช้แล้ว

ราคาแผ่นดีวีดี (สำหรับบันทึกข้อมูล) ในแต่ละประเภท (เรียงจากถูกไปหาแพง) แผ่นดีวีดี "-" กับ "+" ถ้ายี่ห้อเดียวกันจะราคาไม่แตกต่างกัน

  • DVD-R, DVD+R
  • DVD-RW, DVD+RW
  • DVD+R DL
  • DVD-R DL
  • DVD-RAM

ดูราคาแผ่น ดีวีดี เปล่า

[แก้]โซนของแผ่นดีวีดี

แผ่นดีวีดีที่ใช้บรรจุภาพยนตร์นั้น จะมีการบรรจุรหัสพื้นที่ใช้งานเฉพาะพื้นที่กำหนด (Regional Codes) หรือ โซน (Zone) เพื่อประโยชน์ในการควบคุมลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ในแต่ละแผ่นจะบรรจุรหัสไว้อย่างน้อย 1 โซน สำหรับแผ่นที่สามารถใช้ได้กับทุกโซน (All Zone) นั้น จะบรรจุรหัสเป็น 1,2,3,4,5,6 นั่นเอง แผ่นพวกนี้ในบางครั้งนิยมเรียกว่าแผ่นโซน 0
โดยปกติเครื่องเล่นดีวีดี รวมถึงดีวีดีรอม ที่ผลิตในแต่ละประเทศ จะสามารถเล่นได้เฉพาะแผ่นที่ผลิตสำหรับโซนนั้นๆ และแผ่นที่ระบุเป็น All Zone เท่านั้น

โซนพื้นที่
1สหรัฐอเมริกา, แคนาดา
2ยุโรป, ญี่ปุ่น, แอฟริกาใต้, ตะวันออกกลาง รวมถึง อียิปต์
3เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง ประเทศไทย, เอเชียตะวันออก รวมถึง ฮ่องกง แต่ไม่รวม จีน
4อเมริกากลาง, อเมริกาใต้, โอเชียเนีย
5ยุโรปตะวันออก, รัสเซีย, เอเชียใต้, แอฟริกา, เกาหลีเหนือ, มองโกเลีย
6จีน
7สำรอง
8ยานพาหนะระหว่างประเทศ เช่น เรือ, เครื่องบิน